|
ตั้งอยู่ในใจกลางเมือง
ตามแบบแผนความเชื่อในเรื่องจักรวาลแบบอินเดียโบราณ เป็นวัดที่มีความสำคัญประกอบด้วยเจดีย์ประธาน
วิหาร มณฑป โบสถ์ และเจดีย์รายจำนวนมากถึง ๒๐๐ องค์
เจดีย์ประธาน
ซึ่งตั้งเด่นสง่างามมีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงดอกบัวตูมถือว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่แสดงถึงเอกลักษณ์ของศิลปะสุโขทัยโดยแท้
แต่คงมิได้เป็นรูปแบบแรกเริ่มเมื่อมีการสร้างวัดมหาธาตุขึ้น ของเดิมน่าจะมีลักษณะเช่นเดียวกับเจดีย์ทิศที่ตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน
และตั้งอยู่ตรงกลางของด้านทั้งสี่
รายรอบเจดีย์ประธานเป็นเจดีย์ทิศจำนวน
๘ องค์ องค์ที่อยู่ตรงมุมทั้งสี่เป็นเจดีย์ที่มีอิทธิพลของศิลปะหริภุญไชย
ล้านนา ส่วนเจดีย์ที่อยู่กึ่งกลางของด้านทั้งสี่เป็นเจดีย์ทรงปราสาทยอดแบบสุโขทัย
ซึ่งมีลวดลายปูนปั้นแบบอิทธิพลศิลปะลังกา รอบ ๆ เจดีย์ประธานมีปูนปั้นรูปพระสาวกในท่าอัญชุลี
เดินประทักษิณโดยรอบพระมหาธาตุ
ในศิลาจารึกหลักที่
๑ ได้บรรยายว่า "กลางเมืองสุโขทัยนี้มีพิหาร มีพระพุทธรูปทอง
มีพระอัฏฐารส มีพระพุทธอันใหญ่ มีพระพุทธอันราม" พระพุทธรูปทอง
เข้าใจโดยทั่วไปว่าหมายถึงหลวงพ่อโตของชาวเมืองเก่า(ตำบลเมืองเก่า
เป็นตำบลในพื้นที่เมืองโบราณสุโขทัย) ที่ประดิษฐานอยู่ที่วิหารหลวงในวัดมหาธาตุ
เมื่อต้นรัตนโกสินทร์ พระบามสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกโปรดเกล้าฯให้อัญเชิญโดยล่องแพไปไว้ที่วิหารหลวงวัดสุทัศน์เทพวราราม
กรุงเทพมหานคร ต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยได้พระราชทานนามว่า
พระศรีศากยมุนี พระพุทธรูปนี้เป็นพระพุทธรูปสำริด เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย
อันเป็นแบบที่นิยมมากในสมัยสุโขทัย ที่วิหารหลวงในวัดมหาธาตุสุโขทัยจึงยังปรากฏแท่นฐานขนาดใหญ่ของพระพุทธรูปองค์นี้เหลือให้เห็น
ส่วนพระอัฏฐารศ
ที่กล่าวถึงในจารึกหมายถึง พระพุทธรูปยืน ที่มีขนาดใหญ่สูงราว ๑๘
ศอก ประดิษฐานภายในมณฑปที่ขนาบอยู่สองข้างของเจดีย์ประธาน
ถัดจากวิหารหลวงไปทางตะวันออกเป็นวิหารสูง
ที่เรียกชื่อเช่นนี้ เนื่องจากวิหารหลังนี้มีฐานก่ออิฐเป็นลักษณะฐานบัว
มีความสูงประมาณ ๑.๕ เมตร เป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยา ซึ่งสร้างขึ้นในภายหลัง
ทำให้พื้นที่ว่างระหว่างหน้าวิหารสูงกับกำแพงแก้วด้านหน้าเหลือเพียงพื้นที่แคบ
ๆ ไม่ได้สัดส่วนกับความสูงของตัวอาคาร
นอกจากนี้ภายในวัดมหาธาตุยังมีกลุ่มเจดีย์จัดแยกออกเป็นกลุ่มหนึ่งอยู่ทางทิศใต้ของเจดีย์พระธาตุ
มีศูนย์กลางอยู่ที่เจดีย์ ๕ ยอด ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นที่ ๒
รองจากเจดีย์พระธาตุ
|