เมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๗๙ กรมศิลปากรได้ประกาศให้ "พิพิธภัณฑ์วัดราชธานี" ซึ่งตั้งอยู่ในวัดราชธานี อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย เป็นสาขาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติของกรมศิลปากร ด้วยเหตุที่ว่าพิพิธภัณฑสถานแห่งนี้ได้เป็นที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุที่ได้จากเมืองโบราณสุโขทัย และเมืองโบราณศรีสัชนาลัย ซึ่งพระครูวินิจฉัยพุทธบัญญัติ ซึ่งต่อมาคือพระโบราณวัตถาจารย์ เก็บรวบรวมไว้ที่อาคารของวัดราชธานีแห่งนี้ ต่อมาระหว่างปีพุทธศักราช ๒๔๙๘ - ๒๕๐๗ กรมศิลปากรได้แต่งตั้งนายสงวน ศรีม่วง เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์มาประจำดูแลรักษาโบราณวัตถุที่พิพิธภัณฑ์วัดราชธานีแห่งนี้

          ระหว่างปีพุทธศักราช ๒๕๙๖ - ๒๕๐๓ คณะกรรมการฟื้นฟูบูรณะเมืองสุโขทัย ได้มอบหมายให้กองโบราณคดี กรมศิลปากรดำเนินการสำรวจ ขุดแต่ง และบูรณะโบราณสถานเมืองโบราณสุโขทัย จากการดำเนินงานดังกล่าวได้พบโบราณวัตถุจำนวนมาก รัฐบาลจึงพิจารณาเห็นว่าควรสร้างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขึ้นในบริเวณเมืองโบราณสุโขทัย เพื่อเก็บรักษามรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ตลอดจนจัดแสดงเพื่อการศึกษาต่อไป

          ในปีพุทธศักราช ๒๕๐๓ กรมศิลปากรได้ดำเนินการจัดสร้างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขึ้นในพื้นที่ภายในตัวเมืองโบราณสุโขทัยด้านตะวันออก ในเขตตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้น ๑,๒๙๐,๕๒๒.๙๙ บาท ผู้ออกแบบพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติแห่งนี้ คือ นางสาวจันทร์ลัดดา บุญมานพ สถาปนิกกองสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร การก่อสร้างอาคารแล้วเสร็จในปี พุทธศักราช ๒๕๐๖ จากนั้นได้มอบให้หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล ภัณฑารักษ์เอก กองโบราณคดี กรมศิลปากร และนายพิทยา สังขะวัฒนะ นายช่างศิลปโท กองสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ดำเนินการจัดแสดงโบราณวัตถุ เป็นนิทรรศการถาวรตามหลักวิชาการของพิพิธภัณฑ์ด้านโบราณคดี ประวัติศาสตร์และประวัติศาสตร์ศิลปะ
          โบราณวัตถุที่นำมาจัดแสดง ส่วนใหญ่เป็นของที่ได้จากการขุดค้น ขุดแต่งโบราณสถานต่าง ๆ ในเมืองสุโขทัย และแหล่งโบราณคดีในจังหวัดใกล้เคียง ได้แก่ พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร อุตรดิตถ์ นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ ตาก อีกส่วนหนึ่งเป็นโบราณวัตถุจากพิพิธภัณฑ์วัดราชธานีซึ่งพระโบราณวัตถาจารย์ (ต่อมาในปีพุทธศักราช ๒๕๐๘ ได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็น พระราชประสิทธิคุณ) มอบให้นำมาจัดแสดง ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติแห่งใหม่นี้ กรมศิลปากรจึงประกาศยุบเลิกพิพิธภัณฑสถานวัดราชธานีและนำเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์จากที่นั้นมาปฏิบัติงานในพิพิธภัณฑ์ที่จัดสร้างขึ้นใหม่นี้ รวมทั้งการส่งบุคลากรประกอบด้วย ภัณฑารักษ์และเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์จำนวนหนึ่งมาปฏิบัติงานประจำพิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินี้ด้วย

          พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติแห่งนี้ มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า "พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง สุโขทัย" ตั้งขึ้นตามพระนามของพ่อขุนรามคำแหง วีรกษัตริย์ไทย ผู้ปกครองเมืองสุโขทัยและสร้างสรรค์สิ่งต่างๆนานัปการที่ทำให้สุโขทัยเป็นราชธานีที่สำคัญของประเทศ

          พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เป็นองค์ประธานในพิธีเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง สุโขทัย เมื่อวันที่ ๒๕ เดือนมกราคม พุทธศักราช ๒๕๐๗
          ต่อมาในปี พุทธศักราช ๒๕๒๖ รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณจำนวน ๓ ล้านบาท เพื่อก่อสร้างอาคาร ในบริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง เพื่อเป็นการร่วมเฉลิมฉลองเนื่องในวาระครบรอบ ๗๐๐ ปี ลายสือไท โดยตั้งชื่ออาคารหลังนี้ว่า อาคารอนุสรณ์ลายสือไท สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ์ฯ สยามบรมมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดอาคารอนุสรณ์ลายสือไทแห่งนี้ เมื่อวันที่ ๑๗ เดือนพฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๒๖
          ปัจจุบันอาคารหลังนี้ได้ปรับปรุงใหม่ในปีพุทธศักราช ๒๕๔๔-๒๕๔๕ เพื่อใช้เป็นห้องประชุม และห้องจัดนิทรรศการทั่วไป และห้องจัดแสดงนิทรรศการถาวรเรื่องสุโขไท-สุโขทัย (Sukhothai: The Past & The Present)
          ส่วนอาคารจัดแสดงโบราณวัตถุนั้น ได้รับงบประมาณในการซ่อมแซม ปรับปรุงการจัดแสดงรวมทั้งการติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยใหม่ระหว่างปี พุทธศักราช ๒๕๔๕ - ๒๕๔๗ รวมการปรับปรุงอาคารและการจัดแสดงทั้งสองหลังเป็นเงิน รวมทั้งสิ้น ๒๘,๒๐๙,๐๐๐บาท (ยี่สิบแปดล้านสองแสนเก้าพันบาทถ้วน)
          มีโบราณวัตถุจัดแสดงทั้งสิ้น ๑,๕๐๐ ชิ้น เก็บรวบรวมไว้ในคลังเก็บโบราณวัตถุอีกจำนวน ๖,๙๐๐ ชิ้น รวมเป็นโบราณวัตถุทั้งหมดจำนวน ๘,๔๐๐ ชิ้น
          ปัจจุบันเปิดบริการให้เข้าชมอาคารจัดแสดงทั้งสองอาคารทุกวัน (รวมทั้งวันหยุดราชการประจำสัปดาห์และวันหยุดนักขัตฤกษ์) ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. อัตราค่าเข้าชม คนไทย ๓๐ บาท ต่างชาติ ๑๕๐ บาท ภิกษุสามเณร นักบวช นักเรียน นักศึกษาในเครื่องแบบ ยกเว้นค่าเข้าชม มีบริการวิทยากรนำชมสำหรับผู้เข้าชมเป็นหมู่คณะ มีร้านจำหน่ายหนังสือ ของที่ระลึก และสวนกลางแจ้งจัดแสดงโบราณวัตถุขนาดใหญ่และที่พักผ่อน มีบริการห้องประชุมและบริการโสตทัศนูปกรณ์ มีนิทรรศการพิเศษและกิจกรรมพิเศษเนื่องในวันสำคัญและตามโอกาสสำคัญเป็นประจำ